ฝรั่งเศสกับการการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี

แม้ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังต้องปรับตัวเข้ากับสภาพความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในประเทศที่ตื่นตัวคือฝรั่งเศส ซึ่งมองวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรม และอุดมศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงไว้ซึ่งความสามารถของประเทศ ภายใต้ร่มเงาของสหภาพยุโรปจึงออกมาเป็นยุทธศาสตร์ล่าสุดที่เรียกว่า “France Europe 2020” ซึ่งออกแบบและขับเคลื่อนโดยกระทรวงที่รวมการวิจัยกับอุดมศึกษาอยู่ในกระทรวงเดียวกัน

วาระแห่งชาติของฝรั่งเศสคือ การหลอมรวมงานด้านต่างๆ ที่ต้องสร้างฐานความรู้ใหม่ๆ เข้าด้วยกันเพื่อตอบสนองต่อโจทย์ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยของอาหาร การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม งานด้านพลังงาน การพัฒนาสังคมเมือง อุตสาหกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงงานอวกาศ

สังคมฝรั่งเศสต่างจากสังคมไทยอยู่หลายอย่างและความต่างเหล่านี้นำไปสู่นโยบายกับการให้ลำดับความสำคัญที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับการวิจัยพื้นฐาน (ในขณะที่ไทยให้ความสำคัญกับการวิจัยประยุกต์และความคาดหวังว่าจะขายได้กำไร) การลงทุนในงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ไม่หวังผลในระยะสั้น (ในขณะที่ไทยให้ความสำคัญกับงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระยะสั้น ทำให้วางแผนได้ปีต่อปีเท่านั้น) ที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายคืองานพัฒนาเหล่านี้มี “ตลาดงาน” เป็นเดิมพัน

คำว่า ตลาดงาน (Job Market) นั้น สำหรับสังคมเราเองยังแยกตัวออกจากการศึกษาและวิทยาศาสตร์ฯ ค่อนข้างมาก เวลาเราเลือกเรียนสาขาอะไร ผู้เรียนส่วนใหญ่มักไม่คุ้นเคยกับตลาดงานของสาขาวิชาชีพนั้นๆ มากนัก เพราะไม่เคยได้รับการบอกกล่าวหรือแม้เห็นว่าคนทำงานเขาทำงานอะไรอยู่ก็ยิ่งไม่มีความรู้ เพราะสถาบันการศึกษาตั้งแต่มัธยมขึ้นมาไม่ได้ตระหนักและไม่ได้รองรับประสบการณ์เหล่านี้ ในขณะเดียวกันที่ทำงานเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ก็มักไม่ค่อยสนใจที่จะทำกิจกรรมให้เด็กในวัยเรียนได้เข้าใจงานของหน่วยงานหรือของบริษัท ซ้ำร้ายบางแห่งคิดว่าเป็นภาระหากรับเด็กมาดูงานหรือฝึกงานด้วยซ้ำ ลงท้ายด้วยการมอบหมายการฝึกงานให้ทำหน้าที่ชงกาแฟบ้าง ถ่ายเอกสารบ้าง ก็มีให้เห็นหรือได้ยินอยู่ตลอดเวลา สังคมไทยและเยาวชนไทยจะก้าวหน้าไปไหนได้…

กลับมาที่ฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องรีบปรับตัวไม่ให้ความตกต่ำทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ความชัดเจนคือนโยบายของผู้นำสูงสุดที่เห็นแสงสว่างว่า จะต้องฟื้นฟูชาติให้กลับมาใหญ่โตใหม่ด้วยการสร้าง “ความรู้” และ “นวัตกรรม” บนพื้นฐานของความร่วมมือกับสหภาพยุโรป

เหมือนกับแนวคิดของนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ฝรั่งเศสเผชิญกับความท้าทายทั้งหลายอย่างเข้าใจ ว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม และให้ทั้งสองการพัฒนาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

Comments are currently closed.