Archive for the 'สินค้าและการบริการ' Category

แอร์ชลบุรีลดการเกาะติดของฝุ่นและอองน้ำมัน

แอร์ชลบุรีแบบพกพา

มีการถกเถียงกันว่าหน่วยท่อคู่มีคุณสมบัติเหนือกว่าการกำหนดค่าท่อแบบเดี่ยวหรือไม่ ด้านหนึ่งหน่วยท่อเดียวจะระบายออกจากห้องบางส่วนของอากาศเย็นที่เพิ่งผลิตในทางกลับกันหน่วยท่อคู่ช่วยขจัดปัญหานี้ แต่อากาศแอร์ชลบุรีที่ไม่มีการควบคุมที่อุ่นกว่าที่ใช้ในการทำความเย็นคอมเพรสเซอร์จะส่งผลให้ประสิทธิภาพน้อยกว่าเล็กน้อย พวกเขายังใช้พัดลมภายในสองตัวซึ่งส่งผลให้การใช้พลังงานสูงขึ้นเล็กน้อย

อีกหัวข้อร้อนที่ฟอรัมที่ผู้คนกำลังระบายอยู่คือต้องตัดชุดฉนวนรอบ ๆ ท่อของหน่วยท่อเดียวของพวกเขา ทำเช่นนี้เพื่อป้องกันแอร์ชลบุรีไม่ให้ท่อระบายความร้อนร้อนจากการเพิ่มความร้อนเข้าไปในห้อง ส่วนตัวฉันไม่สามารถคิดอะไรดีไปกว่าเทปพันรอบฉนวนกันความร้อนเพื่อเพิ่มสีสันในห้อง

แอร์ชลบุรีแบบพกพามีสามวิธีในการกำจัดน้ำที่สกัดโดยส่วนประกอบลดความชื้น สะดวกที่สุดคือการระเหยโดยอัตโนมัติซึ่งช่วยขจัดความจำเป็นในการระบายน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ ความน่าเชื่อถือของวิธีการนี้แตกต่างกันไปในแต่ละหน่วย วิธีที่สองคือการระบายน้ำโดยตรงโดยใช้สายยางที่ติดกับตัวเครื่อง นี้อาจเป็นปัญหาได้เว้นแต่ว่าหน่วยอยู่ใกล้ท่อระบายน้ำ ไม่มีโอกาสที่จะมากนักดังนั้นคุณจะต้องใช้ถัง และในที่สุดคุณจะได้รับการว่างเปล่าแพนด้วยตัวคุณเอง เพียงแค่ให้แน่ใจว่ากระทะมีขนาดใหญ่เพียงพอเพื่อให้แอร์ชลบุรีไม่ปิดลงในช่วงกลางดึกเมื่อกระทะเติมขึ้น

ฉันคิดว่าราคาเป็นข้อพิจารณาที่มีประสิทธิภาพ ตามปกติแล้วหน่วยที่มีราคาสูงกว่าที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะทำให้ต้นทุนในระยะยาวน้อยกว่ารุ่นที่มีราคาถูกและมีประสิทธิภาพน้อยลง แอร์ชลบุรีแบบพกพามีประสิทธิภาพน้อยกว่าหน่วยหน้าต่างที่เทียบเคียงและมีค่าใช้จ่ายประมาณสองเท่า สิ่งที่คุณจ่ายเงินคือความยืดหยุ่นในการม้วนจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่งหรือในตู้เสื้อผ้าเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บ

บริการด้าน dell ที่มีการให้บริการต่าง ๆ อย่างครบวงจร

Dell เป็นลูกจ้างของถือเป็นตำแหน่งที่สองหลังจากเกี่ยวกับการขายคอมพิวเตอร์ Dell ได้รักษาสถานะของการเป็น บริษัทผลิตแล็ปท็อปที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา พวกเขาผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและแม้แต่อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ เดลล์ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในด้านแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป Dell มีประสิทธิภาพและทันสมัยเช่นกัน สำนักงานใหญ่ของ Dell ตั้งอยู่ที่รัฐเท็กซัส แล็ปท็อปของ Dell มีการจัดการเพื่อประวัติศาสตร์ของบริษัทเป็นดังนั้นตลอดทาง

ทำไม Dell จึงเป็นที่นิยม พวกเขายืนอยู่ในตลาดได้อย่างไร พวกเขามีการลงทุนที่ดีหรือไม่

ข้อดี แล็ปท็อปของ Dell เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับราคาถ้าคุณไปวิเคราะห์คุณภาพ ประสิทธิภาพของแล็ปท็อป Dell คือหาตัวจับยาก การใช้งานระบบเป็นเรื่องง่ายและไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเพื่อใช้งานแล็ปท็อปของ Dell ลักษณะเป็นจุดที่สำคัญสำหรับแล็ปท็อป Dell ฟังก์ชันการทำงานของแล็ปท็อป Dell จะช่วยให้คุณยิ้มและมีบางอย่างสำหรับทุกคน ความต้องการของคุณจะไม่ถูกทำลายด้วย ผู้ใช้ยืนยันว่าการเริ่มต้นใช้งานเป็นเรื่องง่ายและทุกคนถูกต้องตั้งแต่นักเรียนไปจนถึงมืออาชีพสามารถเพลิดเพลินกับการใช้แล็ปท็อปของ Dell ได้

จุดด้อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเดลล์มีปัญหากับซีรี่ส์ที่ขายได้ แต่ทั้งหมดนี้แล็ปท็อปของ Dell ได้สร้างชื่อเสียงที่แข็งแกร่งและสมควรได้รับ ปัญหาหนึ่งที่เหลืออยู่ในเวลานั้นคือการให้บริการดูแลลูกค้าซึ่งขณะที่มีการปรับปรุงเมื่อเวลาผ่านไปมักเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงลบจากลูกค้า

Dell มีข้อเสนออะไรบ้าง ?

Dell ได้แบ่งเครื่องแล็ปท็อปเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ โน้ตบุ๊คธุรกิจและโน้ตบุ๊คสำหรับลูกค้าหรือผู้บริโภค แล็ปท็อประดับธุรกิจเช่นชุดผลิตขึ้นโดยเฉพาะสำหรับชั้นธุรกิจ แล็ปท็อปและมีลักษณะเฉพาะสำหรับตลาดลูกค้ามากขึ้นเส้นเหมาะสำหรับเป้าหมายทั้งสอง

ยุโรปทวีปที่น่าทัวร์

%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b

ยุโรปเป็นทวีปหนึ่งที่หลายคนไฝ่ฝันที่อยากไปสัมผัสความเป็นยุโรปสักครั้ง เพราะมีสถาปัตยกรรมอาคารที่แปลกตา งดงาม มีธรรมชาติที่สวย และมีอาหารที่อร่อย

ประเทศในทวีปยุโรปประกอบไปด้วยหลายประเทศ อาทิเช่น กรีซ นอร์เวย์ เบลเยียม  เอสโตเนีย ลักเซมเบิร์ก  ออสเตรีย เป็นต้น

ทวีปยุโรปมีพื้นที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองรองจากทวีปออสเตรเลีย แต่มีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา

ทวีปยุโรปยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ และยังสามารถทัวร์ยุโรปได้ทุกฤดู เพราะแต่ละฤดูก็มีความแตกต่างกัน ที่รอให้คุณได้ไปสัมผัส

เรามาดูกันครับว่ามีประเทศอะไรบ้างที่น่าจะไปทัวร์กันในยุโรป

  1. ประเทศสวีเดน เป็นเมืองนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการมาชมแสงเหนือ ทั้งยังมีกิจกรรมท่ามกลางหิมะที่น่าสนุกอีกมากมายด้วยครับไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี ไต่เขา ไอซ์สเก็ต นั่งรถลากโดยมีสุนัขแสนรู้คอยให้บริการ เดินสำรวจอุทยานแห่งชาติ
  2. ประเทศอิตาลี เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกด้วย และสถาปัตยกรรมที่สวยงามอลังการ อาทิเช่นสนามกีฬาโคลอสเซียม ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน น้ำพุเทรวีสุดยอดผลงานออกแบบน้ำพุ วิหารแพนธีออน และอื่นๆ
  3. ประเทศอังกฤษ หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หรือรู้จักกันดีในชื่อของ บิ๊กเบนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปกันที่นั้น สโตนเฮนจ์ เป็นอีกที่ที่เป็นที่รู้จักกันดีและเป็นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ควรไปเห็นกับตากับความอัศจรรย์ สโตนเฮนจ์ เป็นสถานที่ที่เรียกกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ บนที่ราบ Salisbury บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ

 

ยุโรปยังมีอีกหลายประเทศที่น่าไปสัมผัส หากใครอยากไปทัวร์ยุโรปก็มีหลายช่องทางครับและมีหลายสายการบินที่บินตรงไปถึงปลายทางเลย หรือถ้าหากใครสะดวกที่จะไปทัวร์ด้วยตนเอง หรือไปเป็นหมู่คณะกับทัวร์ก็มีหลากหลายทัวร์ที่พาท่านได้ไปทัวร์ยุโรปตามฝันของเราได้ครับ

ฝรั่งเศสเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและผลผลิตด้านอาหารอันดับที่ 2 ของโลก

3ฝรั่งเศสมีพื้นที่ 550,000 ตารางกิโลเมตร นับเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก (ประมาณเกือบหนึ่งในห้าของพื้นที่ของสหภาพยุโรป) อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง (เขตเศรษฐกิจจำเพาะมีพื้นที่ทั้งสิ้น 11 ล้านตารางกิโลเมตร) พื้นที่ประมาณสองในสามของประเทศฝรั่งเศสเป็นที่ราบ เทือกเขาที่สำคัญได้แก่ เทือกเขาแอล์ปซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป คือ ยอดเขามงต์บลองก์ สูง 4,807 เมตร เทือกเขาปิเรเนส์ เทือกเขาจูรา เทือกเขาอาร์แดนส์ เทือกเขามาสซิฟ ซองทราลและเทือกเขาโวจช์ ประเทศฝรั่งเศสมีชายฝั่งทะเลอยู่ถึง 4 ด้าน คิดเป็นความยาวรวมทั้งสิ้น 5,500 กิโลเมตร (ทะเลเหนือ ช่องแคบอังกฤษ มหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)

ฝรั่งเศสเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและผลผลิตด้านอาหารอันดับที่ 2 ของโลก (โดยเฉพาะธัญพืชและผลิตภัณฑ์อาหาร) รองจากสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม อันดับที่ 4 ของโลก นอกจากนั้นยังเป็นประเทศที่ผลิตพลังงานนิวเคลียร์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ การค้าต่างประเทศ ในอดีต ฝรั่งเศสขาดดุลการค้ามาโดยตลอดจนถึงปี 2525 ซึ่งได้มีการ ปรับโครงสร้างใหม่ เช่น การไม่รวมอัตรารายได้กับดัชนีเงินเฟ้อ และการปรับความสามารถในการ แข่งขันส่งผลให้สภาวะการค้าของฝรั่งเศสดีขึ้น และตลอด 9 ปีที่ผ่านมา คือ ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา ฝรั่งเศสได้เปรียบดุลการค้าติดต่อกันเรื่อยมา ปัจจัยที่ส่งผลให้ฝรั่งเศสได้เปรียบดุลการค้า คือ (1) ราคาพลังงานที่ฝรั่งเศสต้องนำเข้าได้ลดลง (2) ฝรั่งเศสทำการค้ากับสหภาพยุโรปเป็นสำคัญโดยร้อยละ 60 ของการส่งออกของฝรั่งเศสส่งไปยังตลาดสหภาพฯ ซึ่งเดิมถือว่าเป็นจุดอ่อนของฝรั่งเศส แต่สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้กลายเป็นข้อได้เปรียบ และ (3) การส่งออกสินค้ามูลค่าสูงเช่น เครื่องแอร์บัส และอุปกรณ์การบิน ดาวเทียม อุปกรณ์ด้านการทหาร และรถไฟความเร็วสูง (TGV) ได้ขยายตัวอย่างมากโดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 20 ของการส่งออกของฝรั่งเศสทั้งหมด

อัตราการว่างงาน ปัญหาการว่างงานเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาล ทุกชุดให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น การออกมาตรการลดชั่วโมงการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายลงจากสัปดาห์ละ 39 ชั่วโมง เหลือ 35 ชั่วโมงซึ่งจะทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เป็นต้น แนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจ คาดว่าฝรั่งเศสจะได้เปรียบดุลการค้าลดลง เนื่องจากการถดถอยของอุปสงค์โลก ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ในปี 2541 และการถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายในสหรัฐฯ และสงครมในอิรัก

ฝรั่งเศสกับการการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี

แม้ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังต้องปรับตัวเข้ากับสภาพความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในประเทศที่ตื่นตัวคือฝรั่งเศส ซึ่งมองวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรม และอุดมศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงไว้ซึ่งความสามารถของประเทศ ภายใต้ร่มเงาของสหภาพยุโรปจึงออกมาเป็นยุทธศาสตร์ล่าสุดที่เรียกว่า “France Europe 2020” ซึ่งออกแบบและขับเคลื่อนโดยกระทรวงที่รวมการวิจัยกับอุดมศึกษาอยู่ในกระทรวงเดียวกัน

วาระแห่งชาติของฝรั่งเศสคือ การหลอมรวมงานด้านต่างๆ ที่ต้องสร้างฐานความรู้ใหม่ๆ เข้าด้วยกันเพื่อตอบสนองต่อโจทย์ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยของอาหาร การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม งานด้านพลังงาน การพัฒนาสังคมเมือง อุตสาหกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงงานอวกาศ

สังคมฝรั่งเศสต่างจากสังคมไทยอยู่หลายอย่างและความต่างเหล่านี้นำไปสู่นโยบายกับการให้ลำดับความสำคัญที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับการวิจัยพื้นฐาน (ในขณะที่ไทยให้ความสำคัญกับการวิจัยประยุกต์และความคาดหวังว่าจะขายได้กำไร) การลงทุนในงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ไม่หวังผลในระยะสั้น (ในขณะที่ไทยให้ความสำคัญกับงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระยะสั้น ทำให้วางแผนได้ปีต่อปีเท่านั้น) ที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายคืองานพัฒนาเหล่านี้มี “ตลาดงาน” เป็นเดิมพัน

คำว่า ตลาดงาน (Job Market) นั้น สำหรับสังคมเราเองยังแยกตัวออกจากการศึกษาและวิทยาศาสตร์ฯ ค่อนข้างมาก เวลาเราเลือกเรียนสาขาอะไร ผู้เรียนส่วนใหญ่มักไม่คุ้นเคยกับตลาดงานของสาขาวิชาชีพนั้นๆ มากนัก เพราะไม่เคยได้รับการบอกกล่าวหรือแม้เห็นว่าคนทำงานเขาทำงานอะไรอยู่ก็ยิ่งไม่มีความรู้ เพราะสถาบันการศึกษาตั้งแต่มัธยมขึ้นมาไม่ได้ตระหนักและไม่ได้รองรับประสบการณ์เหล่านี้ ในขณะเดียวกันที่ทำงานเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ก็มักไม่ค่อยสนใจที่จะทำกิจกรรมให้เด็กในวัยเรียนได้เข้าใจงานของหน่วยงานหรือของบริษัท ซ้ำร้ายบางแห่งคิดว่าเป็นภาระหากรับเด็กมาดูงานหรือฝึกงานด้วยซ้ำ ลงท้ายด้วยการมอบหมายการฝึกงานให้ทำหน้าที่ชงกาแฟบ้าง ถ่ายเอกสารบ้าง ก็มีให้เห็นหรือได้ยินอยู่ตลอดเวลา สังคมไทยและเยาวชนไทยจะก้าวหน้าไปไหนได้…

กลับมาที่ฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องรีบปรับตัวไม่ให้ความตกต่ำทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ความชัดเจนคือนโยบายของผู้นำสูงสุดที่เห็นแสงสว่างว่า จะต้องฟื้นฟูชาติให้กลับมาใหญ่โตใหม่ด้วยการสร้าง “ความรู้” และ “นวัตกรรม” บนพื้นฐานของความร่วมมือกับสหภาพยุโรป

เหมือนกับแนวคิดของนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ฝรั่งเศสเผชิญกับความท้าทายทั้งหลายอย่างเข้าใจ ว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม และให้ทั้งสองการพัฒนาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

การเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของฝรั่งเศส

แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจฝรั่งเศสในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะค่อนข้างซบเซา มีปัญหาด้านการว่างงาน และความสามารถในการแข่งขันที่ตกต่ำอยู่บ้าง แต่ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของฝรั่งเศสน่าจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2558 นอกจากนี้ ภาคเอกชนฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าแสวงหาตลาด และพันธมิตรทางการค้าที่มีศักยภาพในต่างประเทศ อีกทั้ง รัฐบาลฝรั่งเศสก็ยังให้ความสำคัญในการสร้างแรงจูงใจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เทคโนโลยีการผลิต หรือการวิจัยและพัฒนา ตามที่นาย Manuel Valls นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสได้แถลงนโยบายในต้นเดือนเมษายนปี 2557 ที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพที่จะเข้าสู่ตลาดของฝรั่งเศสด้วย

จุดเด่นของประเทศฝรั่งเศสคือ ตั้งอยู่ใจกลางของทวีปยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นตลาดผู้บริโภค (consumer market) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (มีผู้บริโภคประมาณ 500 ล้านคน) นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าภายในทวีปยุโรปแล้ว ฝรั่งเศสยังเป็นจุดเชื่อมโยงการค้าไปยังทวีปแอฟริกาเหนือและบางประเทศในตะวันออกกลางอีกด้วย นอกจากนั้น ฝรั่งเศสยังเป็นแหล่งองค์ความรู้ที่ส่งเสริมขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยในด้านพลังงานทดแทน เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความร่วมมือด้านระบบการบริหารจัดการการอาชีวศึกษา (โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม) การพัฒนาการขนส่งระบบรางและรถไฟความเร็วสูง เป็นประเทศผู้มีอำนาจการผลิตสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ในด้านการผลิตสินค้าหรูหรา ด้านธุรกิจค้าปลีก และการเกษตร ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสจำนวน 39 บริษัท ยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในรายชื่อ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ในปี 2556 IMF ได้จัดลำดับเศรษฐกิจฝรั่งเศสว่า มีขนาดใหญ่เป็นลำดับ 2 ของยุโรป และใหญ่เป็นลำดับ 5 ของโลก ฝรั่งเศสยังเป็นประเทศที่มีนักลงทุนต่างชาติ เข้าไปลงทุนจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ของยุโรป และเป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย ถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อความเติบโตของเศรษฐกิจโลกประเทศหนึ่ง

ในปี 2557 คาดการณ์ว่า รัฐบาลฝรั่งเศสจะปรับเพิ่มเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นร้อยละ 1 โดยมีปัจจัยหนุนจากการปฏิรูปแรงงานและแรงกระตุ้นในการส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งการลดรายจ่ายที่ลดลงและการปรับลดภาษีธุรกิจ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและจ้างงาน สำหรับปี 2558 ฝรั่งเศสตั้งเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่ร้อยละ 1.7 ดังนั้น ช่วงนี้จัดเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการไทย จะนำเสนอสินค้าที่ไปแข่งขันในตลาดฝรั่งเศส

เส้นทางการท่องเที่ยวในฝรั่งเศส เพื่อความสนุกที่ครบถ้วน

เที่ยวฝรั่งเศสทั้งที ต้องไปสถานที่เหล่านี้ ไม่งั้นเรียกว่าแค่ได้ไป แต่ไม่ถึง ชม ชิม ช็อป ให้หนำตาเพลินใจกันไปเลย

เมืองหลวงอย่าง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส จัดว่าเป็นเมืองที่คู่รัก คู่แต่งงานใหม่ นิยมไปเที่ยวโดยจับกันเป็นคู่ๆ หรือเลือกเป็นสถานที่ไปฮันนีมูนเพื่อสร้างความทรงจำดีๆกันเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ปารีสเป็นเมืองแห่งแฟชั่น ที่ทันสมัยอลังการถือว่าเป็นศูนย์กลางของการออกแบบ ที่มีดีไซเนอร์ชื่อดังจากทั่วโลกมากมายมารวมตัวกัน(เทศกาลแฟชั่นวีค) แถมยังมีเสน่ห์ชวนหลงไหลด้วยศิลปะของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม ที่สุดยอด พิถีพิถัน ชดช้อย ถ่ายทอดมาข้ามยุคข้ามสมัย นอกจากนั้นยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีอาหารที่เลิศรสมากมาย เรียกได้ว่า เป็นเมืองที่น่าไปเที่ยวมากๆจริงๆ เป็นสวรรค์บนดินของคนที่ชอบเที่ยว ช็อป ชิม ชิว ในชณะเดียวกัน ก็ดื่มด่ำกับกลิ่นอายของความโรแมนติกที่สัมผัสได้ในทุกตารางนิ้ว

เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่อยากให้คุณเข้าไปสัมผัสคือการนั่งรถทัวน์ 2 ชั้นหรือ L’Open ทัวร์เที่ยวชมไปรอบเมือง ให้คุณนั่งด้านบนซึ่งจะเปิดแบบไร้อะไรมาบดบังให้กวนใจ ซึ่งรถทัวน์คันนี้จะพาคุณไปชมรอบๆเมืองปารีส สัมผัสบรรยากาศความสวยงามจากสถาปัตกรรมชั้นยอด บ้านเรือนอาคารที่ถูกออกแบบวางผังเมืองมาเป็นอย่างดี ดื่มด่ำกับทัศนียภาพรอบๆแบบพาโนราม่า เต็มตา สัมผัสกับเรื่องราวที่แสนมีเสน่ห์ซึ่งสะท้อนออกมาจากสถาปัตกรรมทั้ง 2 ข้างทาง บอกได้เลยว่า ปารีสสวยงามในทุกอณูเลยจริงๆ ยิ่งนั่งรถเพลินๆในบรรยากาศสบายๆ ยิ่งต่อเติมวันพิเศษให้คุณทั้งคู่ให้มีค่ามากขึ้นประทับใจกัยได้แบบไม่รู้ลืม

หลังจากดื่มด่ำกับทัศนียภาพรอบๆแล้วเราก็ไปชมพวกผลงานศิลปกรรมที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อาจจะต้องเสียเวลานานหน่อยซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งค่อนวันเป็นอย่างต่ำถึงจะพอได้ชมผลงานชิ้นไฮไลน์สำคัญๆบ้างเตรียมกำลังข้อขาให้ดีๆรับรองเดินกันจะเมื่อยตุ้มขาลากแน่ๆเพราะพื้นที่มีความกว้างขวางมากๆเลยครับด้วยพื้นที่มากถึง 60,000 ตารางเมตรเดินทั้งอาทิตย์ยังไม่หมดเลย ซึ่งที่นี่ได้รวบรวมศิลปะล้ำค่าระดับโลกไว้เยอะมากมาย บอกได้เลยว่าสวยงาม เป็นบุญตา จริงๆ

ถ้ายังมีแรงก็ไปกันต่อที่โบสถ์แซงต์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle)! ซึ่งอยถูั่ดไปไม่ไกลนักจากโบสถ์นอทเทอร์ดัม โบสถ์นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวปารีสเคารพมากๆ ตกแต่งสไตล์กอธิคซึ่งจะมีการประดับประดา ไปด้วยกระจกหลากสีสวยงามจับตา ใครที่ได้ไปเยี่ยมชมต่างก็ยอมรับว่ากระจกที่ใช้ตกแต่งโบสถ์นี้ มีความงดงามที่สุด ยิ่งเมื่อแสงจากภายนอกส่องเข้ามา ยิ่งทำให้มองเห็นลายกระจกชัดเจนและสวยงามมาก โบสถ์นี้มีขนาดเล็กมากๆ ดังนั้นต้องมาในช่วงเช้าๆคนจะได้ไม่เยอะ จะได้มีเวลาละเมียดชมได้ทั่วๆ

เดินผ่านสวนตุยเลอรี ซึ่งเป็นสวนประจำวังลูฟวร์ในอดีตผ่านประตูชัยคอร์รุเซลที่สร้างเลียนแบบประตูชัยที่โรมเพื่อเป็นการรำลึก ถึงชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เรื่อยๆจนมาถึงลานพีระมิดแก้วอีกแหล่งขวัญใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งตั้งเด่นอยู่ภายนอกตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ทั้งหมดนี้เป็นการวางผังซึ่งก่อสร้างขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยม สวยงาม มีศิลปะ แลสบายตา ซึ่งมีการวางแผนมาแต่โบราณ การเดินเที่ยวบนถนนในกรุงปารีสนอกเป็นการเสพผลงานศิลปะที่มีคุณค่า แถมยังสร้างความรื่นรมย์ทางสติปัญญา จรรโลงใจ มากมาย

บทบาทและหน้าที่ของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส

บทบาทและหน้าที่ของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส
บทบาทและหน้าที่รับผิดชอบของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ เน้นความสำคัญที่จะดูแลจัดการการศึกษานักเรียนทุนรัฐบาล บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนในความดูแลของ ก.พ. ในต่างประเทศ ให้สามารถสำเร็จการศึกษาและฝึกอบรมได้ตามแผนการศึกษาและระยะเวลาที่ทางราชการกำหนด โดยมีปัญหาและอุปสรรคน้อยที่สุด
บทบาทในการการดูแลจัดการศึกษาและฝึกอบรมของนักเรียนทุนรัฐบาล บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนทุนส่วนตัว มีดังนี้
1. ดูแลจัดการศึกษาให้คำแนะนำปรึกษาวางแผนโครงการศึกษา และการดำเนินการเกี่ยวการศึกษา ให้แก่นักเรียนทุนรัฐบาล บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ซึ่งศึกษา และฝึกอบรม ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศสและสมาพันธรัฐสวิส ตามโครงการศึกษาหรือฝึกอบรมที่ราชการกำหนด จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา หรือ ฝึกอบรมภายในระยะเวลาที่กำหนด บทบาทสำคัญดังกล่าวนี้ประกอบด้วยวิธีการดูแลจัดการการศึกษา ดังนี้
1.1 ค้นหาและจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันการศึกษา การสมัครสถานศึกษา ระยะเวลา เอกสารการสมัคร การแปลและรับรองเอกสารประกอบการสมัคร การออกหนังสือราชการต่างๆ เช่น หนังสือรับรองการเงิน ฯลฯ
1.2 ติดตามผลการสมัครสถาบันการศึกษา รวมทั้งการเจรจาต่อรองกับทางสถาบันการศึกษาในกรณีที่ไม่ตอบรับหรือมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ
1.3 ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการหาที่พัก และบริการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย หรือระเบียบท้องถิ่น เช่น การขอวีซ่าการขอต่อหนังสือเดินทาง การเปิดบัญชีธนาคาร การมีโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ท การหาที่พัก การค้ำประกันที่พัก และการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
1.4 ประเมินและติดตามความก้าวหน้าทางการศึกษาอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 6 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำและแนะแนวทางการศึกษา และรายงานให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ
1.5 ดูแลให้นักเรียนทุนรัฐบาล บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ. ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ ก.พ. เกี่ยวกับการดูแลจัดการศึกษาฯ พ.ศ. 2551 รวมทั้งระเบียบ และแนวทางปฏิบัติต่างๆ ที่ ก.พ. กำหนด เพื่อให้นักเรียนทุนฯ มีพฤติกรรม ประพฤติตนอย่างเหมาะสมและปฏิบัติตามระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมีระเบียบวินัย เหมาะสมกับการเป็นนักเรียทุนรัฐบาลไทย รวมทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาด้วย
1.6 สนับสนุนการจัดการประชุม สัมมนา การตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาด้านการศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ ความก้าวหน้าทางการศึกษา สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ นักเรียนทุนฯ สมาคมคนไทย รวมทั้ง ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากนักเรียนทุนฯ เพื่อใช้ในการปรับปรุงการบริการจัดการการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
2. ศึกษาและปรับปรุงข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของ นักเรียนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆที่รัฐบาลได้จ่ายให้แก่นักเรียนว่าเพียงพอ ต่อการครองชีพในต่างประเทศหรือไม่ เพื่อเสนอต่อสำนักงาน ก.พ. พิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป
3. เสนอโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งงานนวัตกรรม งานด้านเทคโนโลยีการจัดการข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงพัฒนางานด้านการดูแลจัดการการศึกษา
4. พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการศึกษา ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน โดยมุ่งเน้นที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีเพื่อส่งเสริมและร่วมมือด้านงาน วิชาการ และส่งเสริมงานด้านการดูแลจัดการการศึกษา
5. ร่วมสัมมนา หรือ ประชุมทางวิชาการต่างๆ ที่จัดโดยสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อประโยชน์ในการดูแลจัดการการศึกษา
6. ศึกษาเอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา กฎหมายท้องถิ่น การหาที่พักและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักเรียนทุนรัฐบาล บุคลากรภาครัฐ และนักเรียนที่อยู่ในความดูแลให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ และกฎเกณฑ์ของประเทศที่ศึกษาอยู่

The Arc de Triomphe ประตูชัยเพื่อสดุดีวีรชนทหารกล้าฝรั่งเศส

ประตูชัยฝรั่งเศส เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญแห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ลส์ เดอ โกลล์ หรือจัตุรัสแห่งดวงดาว ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีถึงวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ไปยังชานเกรุงปารีส ประตูชัยแห่งนี้ออกแบบโดย ฌอง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมัน เต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ และเป็นอนุสรณ์สถานจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ประตูชัยฝรั่งเศสมีความสูง 49.5 เมตร กว้าง 45 เมตร และลึก 22 เมตร

ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 17 ที่ทรงมีพระบัญชาให้สร้างถนนเพื่อเข้าสู่สวน Jardin des Tuileries ที่อยู่ติดกับพระราชวังจนมาถึงรัชสมัยของ นโปเลียน โบนาปาร์ต(นโปเลียนที่ 1) จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสซึ่งนำกองทัพที่แข็งแกร่งชนะศึกสงครามมากมาย เมื่อนโปเลียน โบนาปาร์ตเดินทางผ่านถนนเส้นนี้ก็ทรงดำริให้สร้าง ประตูชัยเพื่อสดุดีแก่แก่วีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศสกองทัพฝรั่งเศส จากนั้นจึงมีการเริ่มสร้างประตูชัยขึ้น ดูโดดเด่นอลังการ งดงามไปด้วยงานศิลปกรรมแบบนีโอคลาสสิคที่ได้ดัดแปลงมาจากแบบโรมันโบราณ  ถนนสายนี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง ที่เต็มไปด้วยร้านขายของแบรนด์ต่างๆ

ฌอง ชาลแกร็งเป็นผู้ออกแบบ ในรูปแบบศิลปะคลาสสิคใหม่ที่ได้ดัดแปลงมาจากสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ ช่างแกะสลักที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศสนั้นก็ได้มีส่วนร่วมในรูปแกะสลักของประตูชัยฝรั่งเศสด้วย เช่น ฌอง-ปีแอร์ กอร์โตต์, ฟรองซัวส์ รูด, อองตวน เอเตกซ์, เจมส์ ปราดีเยร์และฟิลิปป์ โฌเซฟ อองรี ลาแมร์ รูปแกะสลักที่สำคัญไม่ได้เป็นลวดลายยาวบนกำแพง แต่เป็นรูปแกะสลักลอยตัวที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะติดกับตัวประตูชัย กลายเป็นแลนด์มาร์กที่เป็นที่รู้จักในระดับโลกแห่งนี้ โดยมีการสลักชื่อของทหารเหล่านั้นไว้บริเวณด้านในและด้านนอกของผนัง

เป็นประตูชัยที่ใหญ่รองเป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

แบบของประตูชัยฝรั่งเศสนี้ได้แนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัส ประตูชัยฝรั่งเศสมีความใหญ่มาก เพราะหลังจากมีการสวนสนามในปรุงปารีสเมื่อปี พ.ศ. 2462 ชาร์ลส์ โกดฟรัว ได้ขับเครื่องบินนีอูปอร์ตผ่านกลางประตูชัยฝรั่งเศสเพื่อเป็นการสดุดีเหล่าทหารอากาศที่ได้เสียชีวิตในสงครามโลก เป็นถนนในเขตที่ 8 ที่มีความสวยงามและเป็นย่านการค้ามีชื่อเสียงที่สุดในกรุงปารีส นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมชั้นบนของประตูชัยได้ โดยเดินขั้นบันได 284 ขั้น หรือใช้ลิฟต์

ของฝากในประเทศฝรั่งเศสมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรป มีพรมแดนติดกับประเทศเบลเยียม เยอรมนี อิตาลี โมนาโก เป็นต้น นอกจากนี้ยังอยู่ติดทะเลด้วย อีกทั้งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวประมาณ 75 ล้านคน นอกจากนี้ยังเป็นประเทศผู้นำด้านแฟชั่นอีกด้วย

ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวที่จะต้องไปเยือนให้ได้ ดังนั้นเราจะพาไปดูของฝากของประเทศฝรั่งเศสกัน หนึ่งในนั้นนั่นคือ น้ำหอม หากใครมาเยือนประเทศฝรั่งเศสแล้วไม่ซื้อน้ำหอมก็ถือว่ายังมาไม่ถึงประเทศฝรั่งเศส เพราะประเทศนี้เป็นต้นกำเนิดของน้ำหอม น้ำหอมฝรั่งเศสจะมีราคาถูกกว่าที่อื่นๆ โดยประเทศฝรั่งเศสมีต้นกำเนิดในการผลิตน้ำหอมส่งขายทั่วโลก หากไปฝรั่งเศสแล้ว จึงไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ฝรั่งเศสถือเป็นแหล่งรวมแฟชั่นชั้นนำระดับโลก มีดีไซเนอร์ชื่อดังมากมาย ดังนั้นถ้าอยากจะเรียนด้านแฟชั่นประเทศฝรั่งเศสจึงน่าสนใจ ซึ่งเสื้อผ้าแบรนด์ดังคงหนีไม่พ้น แบรนด์ Chanel Yves Saint Laurent Nina Ricci Guy Laroche, Pierre Cardin เป็นต้น นอกจากนี้ไม่เพียงแต่มีเสื้อผ้าเท่านั้น ยังมีกระเป๋าและเครื่องหนังที่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว หากเอ่ยชื่อกระเป๋าทุกคนต้องรู้จักแน่นอน บางยี่ห้อถึงขั้นต่อคิวเพื่อซื้อกันเลยทีเดียว ใบนึงอาจมีราคาเหยียบแสน

เครื่องสำอางของฝรั่งเศสก็มีความนิยมไม่แพ้กัน มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งครีมบำรุงผิว แป้งฝุ่น ลิปสติก อายแชโดว์ มาสคาร่า อายไลนเนอร์ มียี่ห้อที่ดังในเมืองไทยก็จะมี Lancome, Orlane, Nina Ricci, Yves Saint Laurent, Christian Dior เป็นต้น และอื่นอีกมาก ราคาก็ถูกว่าบ้านเราอีก
ถ้าเป็นสินค้าประเภทแอลกอฮอล์ ไวน์จึงจัดว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อของฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสจะมีแคว้นที่ผลิตไวน์แดงและไวน์ขาวโดยเฉพาะ ไวน์ขึ้นชื่อจะผลิตที่แคว้นเบอร์กันดี บอร์โดซ หรือแคว้นอัลซาส ส่วนแชมเปญนั้นจะผลิตที่แคว้นชองปาญแทงทา ซึ่งในแคว้นนี้จะมีแชมเปญให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ เลือกชิมมากมาย
ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของฝรั่งเศสจะมีของฝากให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็น โมเดล พวงกุญแจ ของที่ระลึก ก็มีให้เลือกซื้ออยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

ความน่าสนใจและวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของประเทศฝรั่งเศส

ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก

เนื่องจากภูมิประเทศที่สวยงามและหลากหลาย ระบบการคมนาคมขนส่งที่สะดวกสบายและทันสมัย และการให้ความสำคัญด้านการบริการด้านสุขภาพ โดยมีปารีสเป็นสถานที่ชั้นนำของโลกสำหรับการท่องเที่ยว และงานแสดงสินค้านานาชาติ หอไอเฟลและดิสนีย์แลนด์ถือเป็นที่ที่มีคนทั่วโลกเข้าชมมากที่สุด และเหตุที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป มีพรมแดนธรรมชาติติดกับ 9 ประเทศ มีเส้นทางถนนที่เชื่อมโยงกัน มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่ในฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆในยุโรป สามารถเดินทางไปยัง 22 ประเทศโดยใช้วีซ่าเชงเก้น ใช้เงินยูโรเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในยุโรปอีก 15 ประเทศ จึงมีความสะดวกสบายในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศใกล้เคียง

สิ่งที่น่าสนใจในฝรั่งเศสมีตั้งแต่วิถีชีวิตประจำวันของชาวเมืองไปจนถึงผลงานศิลปะ หรือสถาปัตยกรรมชื่อก้องโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ตั้งแต่ความหรูหรา และสวยงามในปารีส ไปจนถึงความยิ่งใหญ่อลังการของปราสาทในลุ่มแม่น้ำลัวร์ และความสวยงามน่าหลงใหลของโกตดาซูร์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ฝรั่งเศสเป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลายาวนาน อีกทั้งอาหารและไวน์ของฝรั่งเศสยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยอาหารขึ้นชื่อของฝรั่งเศส ได้แก่ เอสคาโก (escargot) ฟัวกรา (foie gras) เนยแข็งฝรั่ง (fromage) พาตีสเซอรี่ (patisserie) และเห็นทรัฟเฟิล (truffles) และปารีสเป็นหนึ่งเมืองที่อยู่ในอันดับต้นๆของรายชื่อเมืองแห่งการท่องเที่ยว นอกจากนั้น ลียง (Lyon) Nice (นีส) คานส์ (Cannes) และเมืองอันห่างไกลซึ่งเป็นที่ตั้งของเทือกเขาเอลป์ ก็เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณเดินทางไปเยือนฝรั่งเศส

ธุรกิจการบินและท่องเที่ยวฝรั่งเศสดูจะยิ้มได้ก่อนใคร

เนื่องจากตัวเลขผู้โดยสารที่แน่นขนัด ตั๋วเครื่องบิน ห้องพักโรงแรมแน่นขนัดชนิดต้องเข้าชื่อรอ ยังไม่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ไหลทะลักไปสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างพิพิธภัณฑ์ แม่น้ำ หรือปราสาท สิ่งที่ทำให้ฝรั่งเศสพิเศษอยู่เสมอ คงไม่ใช่เสน่ห์ของบ้านเมืองเป็นประการหลัก หากแต่ปัจจัยที่เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ความสามารถในการใช้ภาษาฝรั่งเศสในระดับคล่องแคล่วเป็นสิ่งจำเป็นมาก แม้ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางที่ใช้ได้กว้างขวาง แต่ในการทำงานในองค์กรซึ่งประกอบด้วยผู้คนหลากหลาย การสื่อสารด้วยภาษาเจ้าถิ่นจะเกิดประสิทธิภาพยิ่งกว่า คนทำงานฝรั่งเศสไม่ใคร่จะแสดงออกทางสีหน้านัก บ่อยครั้งจึงเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอย่างที่ทั้งสองฝ่ายไม่ทันรู้ตัว

เศรษฐกิจยุโรปเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งและเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ในขณะนี้ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรปเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งและเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงในบทความนี้โดยเฉพาะประเด็นการไม่ฟื้นตัวของประเทศฝรั่งเศสเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มที่ใช้เงินยูโร 18 ประเทศนั้นขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์มาก นอกจากปัญหาการฟื้นตัวช้าของประเทศชายขอบที่เคยมีปัญหาอย่างรุนแรง เช่น กรีกและสเปน แล้วการขยายตัวของประเทศหลัก เช่น อิตาลีและฝรั่งเศสก็ยังต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมากอีกด้วย ล่าสุดแม้กระทั่งตัวเลขการผลิตของประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นเสาหลักก็อ่อนตัวลงเกินคาด ทำให้นางลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ประเทศกลุ่มเงินยูโรมีโอกาสประมาณ 35-40% ที่จะเข้าสู่สภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การซื้อ-ขายอนุพันธ์ในตลาดเงินสะท้อนออกมาว่านักลงทุนมองความเสี่ยงที่เศรษฐกิจของประเทศกลุ่มใช้เงินยูโรมีโอกาสจะเผชิญกับปัญหาเงินฝืด นั้นมีสูงขึ้นมาเป็นลำดับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยล่าสุดมีความเป็นไปได้ประมาณ 20%

ประเทศกลุ่มเงินยูโรนั้นมีจีดีพีมูลค่าประมาณ 13 ล้านล้านดอลลาร์และหากรวมกับประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งบวกอีก 9 ประเทศ เป็น 27 ประเทศก็จะมีจีดีพีรวมกัน 17.6 ล้านล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกาที่ประมาณ 17.1 ล้านล้านดอลลาร์ หมายความว่าหากกลุ่มประเทศยูโรมีปัญหาก็น่าจะลามไปสู่ยุโรปทั้งหมดและหากยุโรปทั้งหมดมีปัญหาก็น่าจะกระทบสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ จีดีพีของยุโรปและสหรัฐรวมกันได้ประมาณ 35 ล้านล้านดอลลาร์หรือเกือบครึ่งจีดีพีโลกที่ประมาณ 77 ล้านล้านดอลลาร์ ดังนั้น ปัญหาของยุโรปย่อมเป็นปัญหาของเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอนภายในกลุ่มประเทศเงินยูโรนั้นปัญหาของฝรั่งเศสดูจะน่าเป็นห่วงมากที่สุดเพราะจีดีพีเกือบ 3 ล้านล้านดอลลาร์และล่าสุดบริษัทจัดอันดับเอสแอนด์พีก็ปรับลดแนวโน้มการจัดอันดับของฝรั่งเศสมาเป็นลบ ซึ่งปกติมีความหมายว่าอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสที่เคยอยู่ที่ระดับ AAA และเคยถูกปรับลดอันดับมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็อาจถูกปรับลดอันดับได้อีกครั้งหนึ่งในอนาคต โดยเอสแอนด์พีแจ้งว่ามีโอกาสหนึ่งในสามที่อันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสจะต้องถูกปรับลดลงในอนาคต

เศรษฐกิจของฝรั่งเศสนั้นเกือบจะไม่ขยายตัวเลยในครึ่งแรกของปีนี้และคาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาส 3 และอาจขยายตัวไม่ถึง 0.4% ทั้งปี 2014 นี้ ผลที่ตามมาคือรัฐบาลฝรั่งเศสไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้เอาไว้กับรัฐมนตรีของกลุ่มประเทศเงินยูโรในการจะลดการขาดดุลงบประมาณลงให้เหลือ 3.8% ของจีดีพีได้ในปีนี้และลดลงเหลือ 3% ของจีดีพีในปีหน้า กล่าวคือเมื่อเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวก็ทำให้เก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าและในขณะเดียวกันก็ถูกต่อต้านไม่ให้ลดรายจ่าย ผลที่ตามมาคือปีนี้รัฐบาลฝรั่งเศสจะขาดดุลงบประมาณถึง 4.4% ของจีดีพี (เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่ 4.3%) และจะต้องรอถึงปี 2017 (เลื่อนออกไป 3 ปี) จึงจะขาดดุลงบประมาณเท่ากับ 3% ของจีดีพี

แนวความคิดในการมีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศฝรั่งเศษ

แนวความคิดในการมีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม ประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีมาตั้งแต่สมัยที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เช่น พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ได้ตั้งสภาที่ปรึกษาทางด้านการค้า ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มตัวแทนจากภาคเอกชน สภาที่ปรึกษาฯ จัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกตามคำเรียกร้องของสหภาพแรงงานใน ค.ศ. 1925

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประสบปัญหาความยากจน แต่ละประเทศจึงพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจ แนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศส เป็นที่สนใจของนักวางแผนโดยทั่วไป ในช่วงดังกล่าวฝรั่งเศสเป็นประเทศเดียวในยุโรปตะวันตกที่เน้นการวางแผนอย่างมีระบบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับสหพันธ์ลูกจ้างในขณะนั้นมีความเข้มแข็งมาก ประธานาธิบดีเดอโกล ผู้นำประเทศขณะนั้นมีความเห็นว่า ผู้ประกอบการและกลุ่มอาชีพควรมีตัวแทน ซึ่งเป็นอำนาจในการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยองค์กรสำคัญองค์กรหนึ่งที่มีส่วนช่วยพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศ คือ สภาเศรษฐกิจ และได้บัญญัติสภานี้ไว้ในรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐที่ 4 มาตรา 25 โดยกล่าวถึงให้มีการจัดตั้งสภาเศรษฐกิจขึ้น มีหน้าที่ในการให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย (กฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ) และให้คำแนะนำในขอบเขตอำนาจของสภาเศรษฐกิจ รวมทั้งกฎหมายบางฉบับต้องเสนอให้สภาเศรษฐกิจพิจารณาให้ความเห็นก่อนที่รัฐสภาจะทำการพิจารณา

นอกจากนั้น ในการถกเถียงกันเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว มีข้อเสนอว่าวุฒิสภาควรเป็นสภาวิชาชีพหรือสภาการเมือง ในที่สุดสภาร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่าควรเป็นสภาการเมือง แต่แนวความคิดเรื่องสภาวิชาชีพก็ยังไม่ตกไปเสียเลยทีเดียว ความคิดเรื่องนี้มีมานานแล้ว เช่น ในปี ค.ศ.1925 สาธารณรัฐฝรั่งเศสได้ตั้ง สภาสังคม-วิชาชีพขึ้น ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1946 มาตรา 25 และปี ค.ศ. 1958 ได้เปลี่ยนเป็นสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมซึ่งกำหนดโดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมขึ้น ทำหน้าที่ในการให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายและให้คำแนะนำในขอบเขตอำนาจของสภาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกฎหมายบางฉบับต้องเสนอให้สภาเศรษฐกิจและสังคมพิจารณาให้ความเห็นก่อนที่รัฐสภาจะทำการพิจารณา รวมทั้งให้สภาเศรษฐกิจมีหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการจ้างงานเต็มที่และการใช้ทรัพยากรทางวัตถุอย่างมีเหตุมีผล ต้องผ่านการให้ความคิดเห็นจากสภาเศรษฐกิจเสียก่อน

สถานการณ์เศรษฐกิจประเทศฝรั่งเศสและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยของชาวฝรั่งเศสลดลงใน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวฝรั่งเศสคำนึงถึงมูลค่าของเงินมากขึ้น เพื่อใช้จ่ายอย่างประหยัด จึงต้องหาช่องทางในการเข้าทำตลาด เช่น การอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียวมีเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการค้าปลีกเขตเมืองนิยมซื้อของในร้านค้า โดยกว่าร้อยละ 40 ของผู้บริโภคต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อเป็นหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เช่น การประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย สื่อสิ่งพิมพ์ และการบอกกล่าวแบบปากต่อปาก เป็นช่องทางที่ชาวฝรั่งเศสนิยมใช้หาข้อมูลของผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ขณะที่ร้อยละ 5 เท่านั้นที่ให้ความสนใจกับการโฆษณาทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสจะหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ตนเองไม่รู้จัก ไม่มีข้อมูล หรือมีข้อมูลแต่ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจซื้อ หรือเปรียบเทียบราคาสินค้ากับระดับคุณภาพที่เหมาะสมเป็นสำคัญ

การส่งออกของอาเซียนหลายประเทศมายังตลาดฝรั่งเศสมีการเติบโตอย่างมาก แม้ในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ นอกจากสิงคโปร์ (ซึ่งประเมินการส่งออกได้ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการ Re-export) เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ซึ่งมีต้นทุนแรงงานต่ำ ได้เปรียบในฐานะเป็นผู้ส่งออกสินค้าราคาถูก เพราะตลาดฝรั่งเศสซึ่งมีกำลังซื้อลดลง รวมทั้งผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกที่ลดกำไรลดลงต้องการสินค้าราคาถูก แต่มีข้อสังเกตว่าปี 2555 เป็นปีแรกที่มูลค่าการนำเข้าจากเวียดนามสูงกว่าการนำเข้าจากไทย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้นำเข้าฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับราคาเป็นอย่างมาก ต้นทุนที่สูงกว่าของไทยจึงส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับฝรั่งเศสได้ก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะสะดุดกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปและส่งผลต่อกำลังซื้อบ้าง  จากสถิติปี 2554  มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับฝรั่งเศสมีรวมประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2553 ถึงร้อยละ 30.70 โดยไทยส่งออกไปฝรั่งเศสมูลค่า 1,750.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากฝรั่งเศสมูลค่า 2,053.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า

สินค้าส่งออกที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ เลนซ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และข้าว ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์จากพืช

ฝรั่งเศสเดินหน้าแสวงหาตลาดและพันธมิตรทางการค้า

ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยของชาวฝรั่งเศสลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวฝรั่งเศสคำนึงถึงมูลค่าของเงินมากขึ้นเพื่อใช้จ่ายอย่างประหยัด จึงต้องหาช่องทางในการเข้าทำตลาด เช่น การอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียวมีเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการค้าปลีกเขตเมืองนิยมซื้อของในร้านค้า โดยผู้บริโภคต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อเป็นหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เช่น การประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย สื่อสิ่งพิมพ์ และการบอกกล่าวแบบปากต่อปาก เป็นช่องทางที่ชาวฝรั่งเศสนิยมใช้หาข้อมูลของผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสจะหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ตนเองไม่รู้จัก ไม่มีข้อมูล หรือมีข้อมูลแต่ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจซื้อ

บรรจุภัณฑ์เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าทำตลาดฝรั่งเศส

โดยต้องมีรายละเอียดและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วนแล้ว บางครั้งการใช้ภาษาไม่ถูกต้องจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ดังนั้นผู้ผลิตไทยอาจใช้ประโยชน์จากช่วงที่ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสมีกำลังซื้อลดลง นำเสนอสินค้าระดับกลางในราคาที่น่าสนใจ อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสที่มีอายุมากที่มองหาสินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวก

ประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง

มีความมั่งคั่ง ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 1940 ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม มีการตั้งโรงงานมากมายตามเมืองสำคัญต่างๆทั่วประเทศ ธุรกิจด้านบริการถูกจัดให้มีบทบาทในสังคมฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน ซึ่งปัญหาการว่างงานเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลทุกชุดให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น การออกมาตรการลดชั่วโมงการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายลงจากสัปดาห์ละ 39 ชั่วโมง เหลือ 35 ชั่วโมงซึ่งจะทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของฝรั่งเศสน่าจะปรับตัวดีขึ้น ยังคงเดินหน้าแสวงหาตลาดและพันธมิตรทางการค้าที่มีศักยภาพในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เทคโนโลยีการผลิต หรือการวิจัยและพัฒนา คาดการณ์ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะปรับเพิ่มเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นร้อยละ 1 โดยมีปัจจัยหนุนจากการปฏิรูปแรงงานและแรงกระตุ้นในการส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งการลดรายจ่ายที่ลดลงและการปรับลดภาษีธุรกิจ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและจ้างงาน